รู้จักไหม… ชายผู้มีหนี้เยอะที่สุดในโลก? (ติดลบ 190,000,000,000 บาท ทั้งที่เงินเดือนแค่ 3 หมื่น)


Jerome Kerviel (เฌอโรม เคอร์วีล) อดีตเทรดเดอร์ Société Générale เดินออกจากศาลท่ามกลางกองทัพนักข่าว

ถ้าผมถามว่า “ใครคือคนที่รวยที่สุดในโลก?” คุณคงตอบได้ทันทีว่า Elon Musk หรือ Jeff Bezos

แต่ถ้าผมถามว่า “ใครคือคนที่จนที่สุดในโลก?”

คุณอาจจะนึกถึงคนไร้บ้าน หรือคนที่ล้มละลาย…

แต่ผิดครับ!

ชายที่ (เคย) ยากจนที่สุดในโลก เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ใส่สูทผูกไท

ทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำ กลางกรุงปารีส

เขามีชื่อว่า Jerome Kerviel (เฌอโรม เคอร์วีล)

เขาไม่ได้จนเพราะไม่มีเงิน…

แต่เขาจนเพราะศาลฝรั่งเศสตัดสินให้เขาต้องชดใช้เงินคืนธนาคารเป็นจำนวน 4,900 ล้านยูโร

หรือตีเป็นเงินไทยกลมๆ คือ “190,000,000,000 บาท” (หนึ่งแสนเก้าหมื่นล้านบาท!)

ต้องทำงานกี่ชาติถึงจะใช้หมด?

และพนักงานตัวเล็กๆ คนนึง สร้างความเสียหายระดับ “งบประมาณแผ่นดิน” ขนาดนี้ได้ยังไง?

วันนี้ Daddy Investor จะพาไปดูวีรกรรมที่โลกไม่มีวันลืมครับ


พนักงานเกรด B ในธนาคารเกรด A

Jerome Kerviel ไม่ใช่อัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยชั้นนำเหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

เขาเป็นเด็กบ้านนอกที่จบจากมหาลัยรองๆ และได้งานในตำแหน่ง Junior Trader ที่ธนาคาร Société Générale (SocGen) หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส

งานของเขาคือ Delta One หรือการหากินกับส่วนต่างราคาทีละนิดทีละหน่อย (Arbitrage) ซึ่งเป็นงานที่น่าเบื่อและได้กำไรน้อย

ด้วยปมด้อยเรื่องวุฒิการศึกษา และความอยากได้รับการยอมรับ

Kerviel จึงเริ่มคิดหาวิธีที่จะทำกำไรให้ได้ “เยอะๆ” เพื่อให้หัวหน้าประทับใจ

และเขาก็เจอ “ช่องโหว่”


กลโกง “เรือล่องหน”

ต่างจาก Nick Leeson (EP.2) ที่ซ่อนบัญชี

Kerviel ใช้วิธีที่ซับซ้อนกว่านั้น คือการ “สร้างรายการปลอม” (Fake Hedge)

ปกติธนาคารจะมีระบบตรวจจับความเสี่ยง ถ้าเทรดเดอร์ซื้อหุ้นเยอะเกินลิมิต ระบบจะร้องเตือนทันที

Kerviel รู้ทันระบบนี้ เขาจึงทำแบบนี้:

  1. ขาจริง: เขาแอบซื้อสัญญา Futures เดิมพันทิศทางตลาดมูลค่ามหาศาล (ซึ่งเกินลิมิตแน่นอน)
  2. ขาหลอก: เขาคีย์ข้อมูลหลอกๆ เข้าไปในระบบว่า “ฉันมีสัญญาอีกใบที่ค้ำประกันความเสี่ยงไว้นะ”

ระบบคอมพิวเตอร์เห็นว่า “อ๋อ มีตัวค้ำประกันแล้ว ความเสี่ยงเป็นศูนย์” ก็เลยปล่อยผ่าน

หารู้ไม่ว่า… ตัวค้ำประกันนั้น ไม่มีอยู่จริง!

เขาทำแบบนี้สะสมไปเรื่อยๆ จนปี 2007 เขาทำกำไรให้ธนาคารได้ถึง 55,000 ล้านบาท

เขาเริ่มเสพติดชัยชนะ และมั่นใจว่าตัวเองคือ “เทพเจ้า”


หายนะ 1.9 แสนล้าน

ต้นปี 2008 Kerviel ตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

เขามั่นใจว่าตลาดหุ้นยุโรปจะพุ่งขึ้น เขาจึงเปิดสถานะ Long (ซื้อ) สะสมไว้รวมมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านยูโร (2 ล้านล้านบาท!)

ซึ่งมากกว่ามูลค่าบริษัท SocGen ทั้งบริษัทเสียอีก!

แต่โชคชะตาเล่นตลก… วิกฤต Subprime จากอเมริกาเริ่มลามมายุโรป

ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหว

พอร์ตของ Kerviel แดงเถือก และเมื่อธนาคารตรวจสอบพบความผิดปกติในวันที่ 18 มกราคม 2008

ผู้บริหารแทบช็อกตายคาเก้าอี้

ธนาคารไม่มีทางเลือก นอกจากต้อง “ขายทิ้งทุกราคา” (Fire Sale) เพื่อปิดสถานะหนีตาย

การเทขายมหาศาลของ SocGen ยิ่งทำให้ตลาดหุ้นยุโรปร่วงหนักเข้าไปอีก

สุดท้าย… เมื่อฝุ่นจางลง ธนาคารขาดทุนจริงไปทั้งสิ้น 4,900 ล้านยูโร (1.9 แสนล้านบาท)


คำพิพากษา: ชายที่จนที่สุดในโลก

Kerviel ถูกจับกุมและดำเนินคดี

ในปี 2010 ศาลตัดสินจำคุกเขา 3 ปี

และที่พีคที่สุดคือ ศาลสั่งให้เขาชดใช้เงินคืนธนาคารเต็มจำนวน คือ 4,900 ล้านยูโร

วินาทีนั้น เขาจึงกลายเป็นบุคคลที่มีหนี้สินต่อหัวเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที

(ลองคิดดูเล่นๆ ว่า ด้วยเงินเดือนของเขา เขาต้องทำงานประมาณ 170,000 ปี ถึงจะใช้หนี้หมด)

แม้ภายหลัง ศาลอุทธรณ์จะลดหย่อนค่าเสียหายลงเหลือ 1 ล้านยูโร (เพราะมองว่าธนาคารหละหลวมด้วย)

แต่ตำนาน “หนี้ 1.9 แสนล้าน” ก็จะติดตัวเขาไปตลอดกาล


บทเรียนจากชายผู้ (เกือบ) ล้มธนาคาร

  1. ระบบที่ดี สำคัญกว่าคนเก่ง: SocGen ภูมิใจในระบบ IT ที่ทันสมัย แต่กลับแพ้พนักงานคนเดียวที่รู้วิธีหลอกระบบ
  2. ความทะเยอทะยาน vs ความโลภ: เส้นบางๆ ที่กั้นอยู่คือ “วินัย” Kerviel อยากพิสูจน์ตัวเอง แต่เขาใช้วิธีที่ผิดกฎกติกา
  3. ไม่มีกำไรไหนที่ได้มาฟรีๆ: กำไรมหาศาลที่เขาทำได้ในปีแรก มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ใต้พรม รอวันระเบิด

📚 อยากอ่านตำนานคนอื่นต่อ?

Leave a Comment

error: Content is protected !!