เคยไหมครับ? ตีเส้นแนวรับ-แนวต้านไว้อย่างสวย เป๊ะตามตำรา Technical Analysis ทุกอย่าง…
แต่พอราคาวิ่งมาถึงปุ๊บ… ตูม! ทะลุเหมือนกระดาษทิชชู่ กิน Stop Loss เราจนเกลี้ยงพอร์ต แล้วค่อยดีดกลับหน้าตาเฉย?
หรือบางที ราคาวิ่งๆ อยู่ดีๆ ก็เบรกหัวทิ่มกลางอากาศ ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีเส้น EMA ไม่มี Fibonacci หรือไม่มีแนวรับแนวต้านในอดีตเลย?
เมื่อก่อน Daddy Investor ก็สงสัยครับ ว่า “เจ้ามือมันแกล้งเราหรือเปล่า?” แต่พอได้มาศึกษาข้อมูลเชิงลึกจริงๆ ถึงบางอ้อเลยครับว่า… เรากำลังใช้เครื่องมือผิดประเภท!
เรากำลังพยายามอ่าน “อนาคต” โดยใช้ข้อมูลจาก “อดีต”
เหมือนคุณกำลังขับรถไปข้างหน้า… แต่ตากลับมองแต่ “กระจกมองหลัง” ตลอดเวลา 🚗💨
1. Volume Profile: กระจกมองหลังแห่ง “อดีต”
นักเทรดส่วนใหญ่คุ้นเคยกับกราฟแบบนี้ครับ ลองดูรูปด้านล่างนี้นะครับ

จากรูปนี้ เราจะเห็น Volume Profile (แท่งสีฟ้า/ชมพูด้านซ้าย) ซึ่งทำหน้าที่บอก “ประวัติศาสตร์” ครับ
- สังเกตแท่งที่ยาวที่สุด (Point of Control) แถวๆ $4,600
- สิ่งที่มันบอก: “ในอดีต… เคยมีคนซื้อขายที่ราคานี้เยอะมากนะ”
- จิตวิทยา: มันคือ “ความทรงจำ (Memory)” ครับ ตลาดจำได้ว่าตรงนี้ปลอดภัย ราคาก็มักจะวิ่งกลับมาหา
แต่ปัญหาคือ… มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว มันบอกไม่ได้ว่า “พรุ่งนี้” เจ้ามือจะลากไปทางไหน? หรือมีใครดักวางระเบิดรออยู่ข้างหน้าหรือเปล่า?
2. Open Interest: แผนที่นำทางแห่ง “อนาคต”
ทีนี้ลองเปลี่ยนมาดู “ของจริง” ที่รายใหญ่เขาดูกันครับ นี่คือกราฟ Open Interest (OI) จากตลาด Futures ครับ

เห็นความต่างไหมครับ? รูปนี้ไม่ได้บอกว่า “เคยเกิดอะไรขึ้น” แต่มันบอกว่า “เงินกำลังรออยู่ที่ไหน”
- แท่งสีน้ำเงิน (Call OI): สังเกตแท่งสูงปรี๊ดที่ราคา $5,000 และ $5,200
- นี่คือ “กำแพง (Wall)” ที่รายใหญ่ (Market Maker) สร้างไว้ครับ เขาเดิมพันกันมหาศาลว่าราคาจะไม่ผ่านตรงนี้ (หรือถ้าผ่าน เขาจะเจ็บหนัก)
- แท่งสีส้ม (Put OI): ดูที่โซน $4,500 และ $4,700
- นี่คือ “ฟูกรองรับ” ที่หนาแน่นมาก ถ้าหลุดลงมาตรงนี้ มีโอกาสเด้งสูงมากเพราะมีเงินรอรับอยู่
นี่แหละครับคือ “แผนที่นำทาง (GPS)” 🧱
กราฟราคาบอกไม่ได้หรอกครับว่าที่ $5,000 มีอะไร… แต่ OI บอกชัดเจนว่า “มีป้อมปราการขวางอยู่!”
ตารางสรุป: ทำไมต้องดู OI เทียบกับ Volume?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน แดดดี๊สรุปตารางเปรียบเทียบมาให้ดูครับ ว่า 2 เครื่องมือนี้ ต่างกันยังไง?
| หัวข้อวัดใจ | ⏪ ภาพอดีต (Volume Profile – รูปที่ 1) | ⏩ ภาพอนาคต (OI Heatmap – รูปที่ 2) |
| เปรียบเทียบ | “กระจกมองหลัง” 🚗 | “GPS / แผนที่นำทาง” 🔭 |
| สิ่งที่บอก | “รอยเท้า” (จุดที่ซื้อขาย จบไปแล้ว) | “กับดัก” (จุดที่เงินเดิมพัน รออยู่) |
| ตรรกะแนวรับ | ความทรงจำ (Memory) | ภาระผูกพัน (Obligation) |
| พฤติกรรมราคา | Acceptance: ราคามักวิ่งกลับหาจุดเดิม | Rejection: ราคาชนกำแพงแล้วเด้งกลับ |
| การใช้งาน | ใช้ดูเทรนด์และฐานราคา | ใช้ดูจุดกลับตัวและเป้าหมายราคา |
ความลับจากห้องเรียน M Traders
เรื่องการอ่าน “แผนที่อนาคต” นี้ แดดดี๊ไม่ได้มโนขึ้นมาเองนะครับ แต่เป็นวิชาลับที่ อาจารย์เอ M Traders ผู้เชี่ยวชาญด้าน System Trade และ Order Flow แกสอนย้ำนักย้ำหนาในคลาสว่า:
“รายย่อยต้องรู้เรื่องนี้ ถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อเฝ้าดอย”
เพราะถ้ารู้จุด OI แบบในรูปที่ 2 เราจะรู้ทันทีว่า “ควรเหยียบคันเร่งตรงไหน และควรเหยียบเบรกตรงไหน” โดยไม่ต้องเดากราฟครับ
🎯 Next Station: ใครคือคนสร้างกำแพง?
เห็นกำแพงสีน้ำเงินที่ $5,000 ในรูปที่ 2 ไหมครับ?
ในบทความหน้า (EP.2) แดดดี๊จะพาไปดูต้นตอว่า “ใคร” เป็นคนสร้างกำแพง OI พวกนี้ขึ้นมา? แล้วเขาทำไปทำไม?
(ใบ้ให้ว่า… คุณต้องทำความรู้จักกับคำว่า “Options” กันก่อน!)
🔥 สำหรับคนที่ใจร้อน… อยากได้ “GPS นำทาง” เดี๋ยวนี้!
ถ้าคุณไม่อยากรออ่านทีละตอน แต่อยากเจาะลึกวิชา OI & Order Flow แบบฉบับเต็ม เพื่อเอาไปแก้พอร์ตหรือสร้างระบบเทรดที่มั่นคงเหมือนที่แดดดี๊ทำ แดดดี๊แนะนำให้ไปเรียนกับต้นฉบับตัวจริงอย่าง MTraders ครับ
แดดดี๊ขอทางทีมงานมาให้แล้ว สำหรับลูกเพจ Daddy Investor โดยเฉพาะ
👉 [คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและสมัครคอร์ส MTrader]
#เลขท้ายOI