เทรดได้กำไร + ปิดประตูแพ้ ด้วยระบบอัตโนมัติที่ทำให้คุณได้ “เวลาชีวิต” คืนมา
📍 บทนำ: เมื่อแดดดี๊ยอมรับความจริงว่า “ตัวเองไม่ได้เก่ง”
คุณเคยแอบคิดเข้าข้างตัวเองไหมครับ ว่าเรานี่แหละคือเทรดเดอร์ที่เก่ง เดาทางตลาดถูกตลอด?
แดดดี๊สารภาพตรงๆ เลยว่า “แดดดี๊เคยเป็นแบบนั้นครับ” แดดดี๊พยายามเรียนทุกเทคนิค หาวิธีเข้าออเดอร์ให้คมที่สุด เพราะคิดว่าเราเอาชนะตลาดได้ แต่สุดท้าย… เทรดแล้วก็แพ้ยับๆ ขาดทุนซ้ำซากมาหลายปี จนถึงวันที่แดดดี๊ยอมแพ้และ “ยอมรับความจริง” ได้ว่า เราไม่ได้แม่นกราฟเลย
เมื่อความจริงปรากฏ แดดดี๊เลยตั้งคำถามใหม่ว่า:
“แล้วเราจะออกแบบระบบยังไงดีล่ะ… ให้คนไม่แม่นอย่างเราสามารถอยู่รอดในตลาด แถมยังมีกำไรได้ด้วย?”
🕸️ Grid Trading คือคำตอบ: ตาข่ายดักกระแสเงินสด
แดดดี๊ค้นพบว่าระบบ Grid Trading คือพระเอกของเรื่องนี้ครับ

มันคือการวางตาข่ายดักราคาเป็นชั้นๆ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งเดาเลยว่าพรุ่งนี้ตลาดจะขึ้นหรือลง
- 📈 ข้อดี: ยิ่งตลาดแกว่งแรง เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา เรายิ่งยิงออเดอร์ได้เยอะ เก็บ Cashflow เข้ากระเป๋ารัวๆ แถมไม่ต้องมานั่งเครียดเดาทางตลาด
- 📉 ข้อเสีย (ที่คนส่วนใหญ่พลาด): ถ้าราคาวิ่งหลุดโซน เราจะ “ติดดอย” และถ้าคุณวางเงินทุนไม่ดีพอ… พอร์ตก็จะแตก!
🛡️ แก้ปัญหาพอร์ตแตกด้วยระบบ Close System
คำถามคือ แล้วเราจะอุดรอยรั่วเรื่องพอร์ตแตกได้ยังไง?
แดดดี๊ต้องขออ้างอิงและขอบคุณวิชาจาก พี่ต้าน (Mudley Group) เลยครับ แดดดี๊เรียนรู้มาว่า หัวใจสำคัญคือการ “ไม่ใช้ Margin ช่วย” หรือที่เรียกว่าระบบปิด (Close System)
พูดง่ายๆ คือ เราจะซื้อเท่าที่เงินเรามีจริงๆ ถ้าเราเทรดทองคำ… ตราบใดที่ราคาทองคำในโลกไม่ตกลงไปเหลือ “0 บาท” (ซึ่งเป็นไปได้น้อยมาก) พอร์ตของเราก็จะ ไม่มีวันแตก!
คุณเห็นอะไรไหมครับ? Grid Trading (ได้กำไรจากความผันผวน) + Close System (เงินเติมเต็ม 100%)
= เทรดได้กำไร + ปิดประตูแพ้แบบเบ็ดเสร็จ!
📋 สรุประบบทั้งหมดในภาพเดียว
| การเทรดแบบเดิม (Manual) | ระบบ Daddy Bot | |
| การเฝ้าจอ | ✅ ทุกวัน | ❌ ไม่ต้อง |
| ต้องแม่นกราฟ | ✅ จำเป็น | ❌ ไม่จำเป็น |
| พอร์ตแตกได้ | ✅ ได้เสมอ | ❌ ออกแบบให้ไม่แตก |
| ผลตอบแทน | ❌ ขึ้นอยู่กับฝีมือ | ✅ ทุกเดือน |
📊 “เทรด Grid กำไรน้อย?” ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนพอร์ตพัง
ปัญหาอีกอย่างที่คนชอบบ่นคือ เทรด Grid แล้วกำไรมันน้อย ไม่ทันใจ
แดดดี๊ต้องขอบอกเลยครับว่า “กำไรน้อยๆ แต่สะสมต่อเนื่องยาวนาน… รวมกันมันไม่น้อยนะครับ”
บางคนไม่เข้าใจ Logic ของระบบ วาง Range (กรอบราคา) ไม่เป็น ไปตั้งโซนแคบๆ ถี่ยิบๆ เพราะอยากรวยไวๆ สุดท้ายพอตลาดสวิงแรงหลุดโซน พอร์ตแตก… แล้วก็มาโทษว่าระบบ Grid ไม่ดี ทั้งที่ตัวเองไม่เข้าใจระบบเลย




ตัวอย่างพอร์ตที่แดดดี๊เทรดจริง: รันกันยาวๆ กินกำไรสม่ำเสมอ Drawdown ต่ำมาก สบายใจสุดๆ ครับ ถือว่าโอเคมากๆ
*ผลตอบแทนตามรูปนี้มีการใช้ Leverage ประมาณ 1:2 นะครับ
ตรงนี้เพื่อนๆ เริ่มเห็นภาพไหมครับ? ว่าเราไม่ต้องเก่ง เราก็อยู่รอดและทำกำไรได้
🛠️ วิธีสร้าง “ร้านทองดิจิทัล” (ทำตามได้เลย)
ต่อไปเราจะมาดูว่า ถ้าอยากทำระบบแบบนี้บ้าง ต้องเริ่มยังไง:
1. เลือกสินค้าที่โอกาสเป็น 0 ได้ยาก
⚙️ ทำไมถึงเลือก PAXG บน Binance Spot?
เงื่อนไขของ Close System คือสินทรัพย์ต้องมีโอกาสเป็น 0 ต่ำที่สุด ทองคำตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุดในโลกครับ
PAXG คืออะไร? คือทองคำดิจิทัลที่มีทองคำจริงค้ำประกัน 100% โดย 1 PAXG = ทองคำ 1 ออนซ์ จริงๆ เพราะฉะนั้นโอกาสที่มันจะเป็น 0 แทบไม่มีเลย
ทำไมต้อง Binance Spot? เพราะรันบน Spot ไม่มีค่า Funding Fee หรือ Swap ถือออเดอร์ข้ามปีได้โดยไม่โดนดอกเบี้ยกินทุน และ Binance มี Built-in Grid Bot ให้ใช้ฟรี ไม่ต้องเช่า VPS ไม่ต้องมีคอมเปิดทิ้งไว้

2. มองภาพใหญ่เพื่อหา Range (กรอบราคา)
อันนี้เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพนะครับ ถ้าเราดูกราฟระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ทองคำจะทำกรอบวิ่งไปมาอยู่ที่ช่วงราคา 3,900 – 5,600 (อันนี้เป็นกรอบราคาตามความเห็นของแดดดี๊)

3. มองอดีตแล้ว ต้องมองอนาคตด้วย (ใช้ OI)
เราจะดูกรอบราคาในอนาคต โดยอิงจาก Open Interest (OI) สมมติสัญญา expire เดือน มิ.ย. (มองข้ามช็อตไปอีก 3-4 เดือนข้างหน้า) เราจะเห็นกรอบหลักๆ ถ้ามองแบบ 2SD เลย จะเห็นว่ามี Volume ของ Options แท่งสูงๆ อยู่ที่ประมาณ 3,800 – 5,500

4. หาจุด Overlap วางแผนสร้าง Grid
ทีนี้เราก็จะเริ่มเห็นภาพแล้วครับว่า กรอบอดีตกับอนาคตมัน “Overlap” ทับซ้อนกันอยู่ ซึ่งก็น่าจะมีนัยยะสำคัญ (อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของแดดดี๊นะ)
พอเราเห็นกรอบที่ชัดเจน เราก็เริ่มวางแผนสร้าง Grid ได้เลย!

- กำหนดกรอบราคา (Range)
- กำหนดจำนวน Grid ที่เราต้องการ
- คำนวณทุนที่ต้องใช้ (ห้ามใช้ Margin เกินตัว)
- ปล่อยให้ระบบทำงาน!
🍵 บทสรุป: ความจริงที่คุณต้องยอมรับ
หลังจากกด Start บอทแล้ว เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งครับ ว่า เราไม่สามารถควบคุมกราฟ หรือผลตอบแทนได้ ถ้าตลาดเหวี่ยงแรง เราก็จะได้ Cashflow เยอะ แต่ถ้าตลาดเหวี่ยงน้อย เราก็อาจจะได้น้อยตามไปด้วย
แต่สิ่งที่แน่ๆ 100% คือ:
- ✅ พอร์ตเราไม่แตกแน่ๆ (เพราะเราทำ Close System)
- ✅ กราฟไปทางไหนเราก็ชิว: ลงมาก็ได้เก็บของสะสม ขึ้นไปก็ได้ Cashflow
- ✅ เอาเวลาไปใช้ชีวิต: เอาเวลาที่เคยเฝ้ากราฟ ไปเล่นกับลูก ไปเที่ยว ไปดูแลครอบครัวครับ
👑 💬 อยากไปต่อให้สุดทางไหมครับ?
คู่มือด้านบนครอบคลุมหลักการที่ทำให้คุณอยู่รอดได้แล้วครับ แต่ถ้าคุณเป็น “คนเอาจริง” ที่อยากได้ทางลัดแบบลึกซึ้ง:
- สิทธิ์เข้า Community ลับ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ตลาดและสอบถามปัญหาได้ตลอดชีพ
- วิธีคำนวณโซนแบบละเอียดเจาะลึก
- เครื่องมือ AI อัจฉริยะ ช่วยคำนวณหน้าตักและตัวเลข Grid ให้ปลอดภัยแบบเป๊ะๆ (ประหยัดเวลาจาก 1 ชั่วโมงเหลือ 1 นาที)
องค์ประกอบที่คุณจะได้รับ (Total Value):
- Daddy Bot Close System Masterclass: สอนทำ Step-by-Step พร้อมระบบ AI Smart Calculation (มูลค่า 6,999 บาท)
- Daddy Bot Community: กลุ่มลับปรึกษาปัญหา อัปเดตพารามิเตอร์ตลอดชีพ (มูลค่า 3,999 บาท)
- 100% Bot Setup Guarantee: เรียนจบเปิดบอทได้จริง ไม่ได้ยินดีคืนเงิน!
ทั้งหมดนี้ มูลค่ารวม 10,998 บาท เรียนครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีพ
🔥 แต่ช้าก่อน! โปรโมชั่น The Last Train สำหรับผู้ที่สมัครภายใน 28 ก.พ. นี้
ลดกว่า 80% เหลือเพียง 1,999 บาท เท่านั้น!!
💳 ยินดีรับบัตรเครดิต (ไม่ชาร์จเพิ่ม) (สะสมแต้มได้ + ปลอดภัยผ่านระบบ LINE Pay)
หรือใครสะดวกโอนเป็น USDT ก็ได้นะครับ
👉 ทักแชทสมัครเลยที่ Line
👉 พิมพ์รหัส: 1999 เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดทันที
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) – คอร์ส Daddy Bot
Q1: PAXG คืออะไร แล้วทำไมต้องรันบน Binance?
A: PAXG คือเหรียญทองคำดิจิทัลที่มีทองคำแท่งจริงๆ หนุนหลังอยู่ 100% ครับ ส่วน Binance คือกระดานเทรดที่มีระบบ Built-in Grid Bot ที่เสถียรและใช้งานง่ายที่สุด ทำให้เราสร้างระบบที่ปลอดภัยได้ทันที ไม่ต้องง้อ EA หรือ VPS ครับ
Q2: ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ตลอดเวลาไหม?
A: ไม่ต้องเลยครับ! บอทจะทำงานอยู่บน Server ของ Binance ตลอด 24 ชั่วโมง เราแค่ตั้งค่าแผนการเทรดครั้งเดียวผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ แล้วปิดไปใช้ชีวิตได้เลยครับ
Q3: มีค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือค่าเช่า Bot เพิ่มเติมไหม?
A: ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้นครับ ค่าคอร์สคือจ่ายครั้งเดียวจบ เราใช้ Built-in Grid Bot ที่มีให้พร้อมใช้งานฟรีใน Exchange อยู่แล้วครับ
Q4: มือใหม่มาก ไม่เคยเทรดเลย จะเรียนรู้เรื่องไหม? แล้วเรื่อง AI ช่วยตั้งโซนคืออะไร?
A: เรียนรู้เรื่องแน่นอนครับ! คอร์สนี้ออกแบบมาให้เข้าใจง่ายตั้งแต่พื้นฐาน และพิเศษสุดคือเรามีสอนใช้ “AI ช่วยตั้งค่าโซน” เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยคำนวณเงินทุนและช่วงราคาที่เหมาะสมให้ ทำให้คนไม่เก่งกราฟก็ทำได้ครับ
Q5: ต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นเท่าไหร่?
A: เริ่มต้นด้วยเงินเท่าไหร่ก็ได้ครับ แต่เพื่อให้เห็น Cashflow ที่คุ้มค่าเหนื่อย แนะนำให้เริ่มต้นที่ประมาณ $300 – $1,000 USD ครับ ปรับลดได้ตามความพร้อมเลย
Q6: ต้องเขียนโค้ด หรือมีความรู้ด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์ไหม?
A: ไม่จำเป็นเลยครับ! ทุกอย่างเป็นการ “คลิกตั้งค่า” ตามแผนที่เราวางไว้ ไม่มีการเขียนโปรแกรมใดๆ ขอแค่ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นก็พอครับ
Q7: เรียนในรูปแบบไหน? มีกลุ่มให้ถามคำถามไหม?
A: เรียนผ่านวิดีโอออนไลน์ในกลุ่มปิด สามารถดูซ้ำได้ตลอดชีพ และเรามี “กลุ่ม Community ลับ” สำหรับพูดคุย สอบถามปัญหา แลกเปลี่ยนความรู้กันโดยเฉพาะครับ
Q8: คอร์สนี้การันตีกำไรไหม?
A: ไม่มีการการันตีกำไร 100% ครับ การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ แต่คอร์สนี้จะสอน “กระบวนการคิด” และ “ระบบปิด” ที่ปิดประตูแพ้ เพื่อให้คุณอยู่รอดปลอดภัยในตลาดระยะยาว เราสอนวิธีตกปลา ไม่ใช่เอาปลาไปให้ครับ
⚠️ Disclaimer (ข้อจำกัดความรับผิดชอบ และคำเตือนความเสี่ยง)
1. เพื่อการศึกษาเท่านั้น (Educational Purposes Only): เนื้อหาทั้งหมดในคู่มือ บทความ และคอร์สเรียน Daddy Bot จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์การเทรดส่วนตัวของ “แดดดี๊” เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำ ชักชวน หรือให้คำแนะนำทางด้านการเงินและการลงทุน (Financial Advice) แต่อย่างใด
2. ผลลัพธ์ในอดีตไม่การันตีอนาคต (Past Performance): ผลตอบแทน สถิติ และตัวอย่างพอร์ตการลงทุนที่แสดงให้เห็น เป็นเพียงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีตภายใต้สภาวะตลาด ณ เวลานั้นๆ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นสิ่งยืนยัน หรือการันตีผลกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
3. ความเสี่ยงของตลาด (Market Risks): การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (รวมถึงเหรียญ PAXG) และการใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ (Grid Bot) มีความเสี่ยงสูงและมีความผันผวน ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะของสินทรัพย์ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจลงทุน
4. ขีดจำกัดของระบบ (System Limitations): แม้กลยุทธ์ “ระบบปิด” (Close System) จะถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการถูกบังคับขาย (Force Sell / ล้างพอร์ต) อย่างรัดกุม ภายใต้สมมติฐานที่ว่ามูลค่าสินทรัพย์จะไม่ลดลงเหลือศูนย์ แต่ผู้ลงทุนยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงด้านอื่นๆ เช่น ความผิดพลาดในการตั้งค่าด้วยตนเอง, ความเสี่ยงจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, หรือความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มกระดานเทรด (Exchange Risk)
5. ความรับผิดชอบส่วนบุคคล (Personal Responsibility): ผู้ลงทุนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจลงทุน การคำนวณเงินทุน และการบริหารความเสี่ยง (Money Management) ด้วยตนเอง 100% ทางเพจและเว็บไซต์ Daddy Investor ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่เกิดจากการนำข้อมูล ทฤษฎี หรือเครื่องมือในคู่มือ/คอร์สเรียนนี้ไปใช้ในทุกกรณี