[Blueprint] แผนสร้าง “เครื่องจักรผลิตเงิน” ฉบับ Lazy DCA: เลิกเฝ้าจอ แล้วไปใช้ชีวิต


ถ้าคุณหลงเข้ามาในหน้านี้เพราะกำลังมองหา “เหรียญซิ่งกำไร 100 เด้ง” หรือ “วิธีรวยทางลัดใน 3 วัน”… ผมขออนุญาตบอกตรงๆ ว่า “บทความนี้ไม่เหมาะกับคุณครับ” กดปิดหน้านี้ได้เลย

แต่ถ้าคุณคือ คนทำงาน, พ่อแม่มือใหม่ หรือเจ้าของธุรกิจ ที่มีเงินเก็บเย็นๆ และมีโจทย์ในใจว่า:

“จะทำยังไงให้เงินก้อนนี้งอกเงยชนะเงินเฟ้อ สร้างเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ โดยที่ฉันไม่ต้องมานั่งปวดหัวดูกราฟทั้งวัน?”

ยินดีด้วยครับ คุณมาถูกที่แล้ว

ในบทความนี้ แดดดี๊จะกาง “พิมพ์เขียว” (Blueprint) การลงทุนแบบ DCA หุ้นอเมริกา ที่ผมใช้จริง เพื่อสร้างพอร์ตเกษียณให้ดูแบบหมดเปลือก อ่านจบใน 10 นาที แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม “ความน่าเบื่อ” ถึงทำเงินได้มหาศาลที่สุด


🔥 บทที่ 1: ราคาที่คุณต้องจ่ายให้กับคำว่า “เดี๋ยวค่อยเริ่ม”

คุณรู้อยู่แล้วว่าการออมหุ้น หรือ DCA (Dollar Cost Averaging) มันดี… แต่คุณมักจะบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวรอพร้อมก่อน” หรือ “รอกราฟย่ออีกนิด” ใช่ไหมครับ?

ในโลกการเงิน “เวลา” แพงกว่า “เงินต้น” เสมอครับ

ทุกครั้งที่คุณเลื่อนการเริ่มออกไป คุณไม่ได้แค่เสียเวลา… แต่คุณกำลัง “ทำเงินหาย” ไปหลักสิบล้านบาทโดยไม่รู้ตัว

ผมทำตารางนี้มาให้ดูครับ ว่า “ความลังเล” มีราคาแพงแค่ไหน:

📊 ตาราง: เริ่มช้า 10 ปี เงินหายไปเท่าไหร่?

(สมมติเป้าหมาย DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี จนถึงอายุ 60)

อายุที่เริ่มเงินต้นที่จ่ายจริงมูลค่าพอร์ตตอนอายุ 60ผลลัพธ์ (ความเสียหาย)
25 ปี2.1 ล้าน19.1 ล้านบาท🏆 Winner (รวยเงียบๆ)
35 ปี1.5 ล้าน6.6 ล้านบาท📉 เงินหายไป 12 ล้าน!
45 ปี9 แสน2.0 ล้านบาท📉 เงินหายไป 17 ล้าน!

Daddy’s Warning: คุณเห็นตัวเลขไหมครับ? การที่คุณรอ 10 ปี (จากเริ่มตอน 25 เป็น 35) เงินต้นคุณลดลงนิดเดียว แต่ “เงินปลายทาง” หายไปถึง 12 ล้านบาท… นั่นคือค่าเทอมลูกระดับปริญญาโทเมืองนอก หรือบ้านเดี่ยวหลังงามๆ หายไปเลยนะครับ


💡 บทที่ 2: ความลับในพินัยกรรมของ Warren Buffett

คำถามคลาสสิกที่สุดของมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเก็บเงินคือ… “แล้วฉันควรเอาเงินไปซื้ออะไรดี?” ซื้อหุ้นไทยดีไหม? (ก็เห็นดอยกันเยอะ) ซื้อหุ้นจีนดีไหม? (ก็ผันผวนเหลือเกิน) หรือซื้อทองคำเก็บไว้ดี? (แล้วมันจะปันผลยังไง?)

ท่ามกลางข้อมูลที่ตีกันมั่วไปหมดในอินเทอร์เน็ต ผมอยากให้คุณหยุดฟังเสียงนกเสียงกา แล้วมา “ลอกการบ้าน” ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์โลก… Warren Buffett ครับ

ตารางเปรียบเทียบผลลัพธ์ DCA หุ้นอเมริกา เริ่มลงทุนอายุ 25 ปี เทียบกับ 35 ปี แสดงมูลค่าเงินหายไปกว่า 12 ล้านบาท จากพลังของดอกเบี้ยทบต้น

คุณรู้ไหมครับว่า ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2013 ปู่บัฟเฟตต์ได้เปิดเผย “พินัยกรรม” ที่เขาเขียนสั่งเสียผู้จัดการกองทุนมรดกของภรรยาเขาเอาไว้

หลายคนคงคิดว่า ระดับมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของโลก คงต้องใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อน ซื้อหุ้นลับๆ หรือจ้างผู้จัดการกองทุนระดับซุปเปอร์วีไอพีมาดูแลเงินให้เมียตัวเองแน่ๆ… แต่เปล่าเลยครับ คำสั่งเสียของเขาสั้นและเรียบง่ายจนน่าตกใจ:

“Put 10% of the cash in short-term government bonds and 90% in a very low-cost S&P 500 index fund.”

(เอาเงิน 10% ไปซื้อพันธบัตร และอีก 90% ไปลงในกองทุนดัชนี S&P 500 ที่ค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด)

คำถามคือ… ทำไมชายที่เก่งเรื่อง “การเลือกหุ้นรายตัว” ที่สุดในโลก ถึงบอกให้ภรรยาไปซื้อ “ดัชนีตลาด” แทนที่จะเลือกหุ้นเป็นตัวๆ?

คำตอบคือ ปู่บัฟเฟตต์รู้ดีครับว่า สำหรับคนธรรมดาที่ไม่ได้มีเวลามานั่งอ่านงบการเงินวันละ 8 ชั่วโมง การพยายามคาดเดาอนาคตและ “เอาชนะตลาด” คือเกมของผู้แพ้ แต่การ “ซื้อเหมาทั้งตลาด” คือเกมของเศรษฐีตัวจริงที่การันตีผลลัพธ์ระยะยาวได้แน่นอนกว่า

แล้วเจ้า S&P 500 มันคืออะไร… ทำไมมันถึงทรงพลังขนาดนั้น?

แผนภูมิแสดงสัดส่วนพอร์ตการลงทุนตามพินัยกรรม Warren Buffett: แบ่งเงิน 90% ลงในกองทุนดัชนี S&P 500 และ 10% ในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น

อธิบายภาษาคนง่ายๆ การซื้อกองทุน S&P 500 คือการที่คุณใช้เงินก้อนเดียว ซื้อหุ้นของ “500 บริษัทที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในสหรัฐอเมริกา” มัดรวมกันในเข่งเดียวครับ (เช่น Apple, Microsoft, Google, Amazon, Tesla)

แต่ความเจ๋งของมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่มันคือ “เครื่องจักรทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ” (Self-Cleansing Mechanism) ครับ:

  • ❌ ถ้าบริษัทไหนบริหารห่วย ขาดทุน หรือเริ่มล้าหลัง… ระบบจะ “เตะ” บริษัทนั้นทิ้งออกจากดัชนีอย่างเลือดเย็น
  • ✅ แล้วเอาบริษัทหน้าใหม่ที่กำลังเติบโตแรงๆ เสียบเข้ามาแทนที่ทันที

นั่นแปลว่า… ตลอดระยะเวลา 10, 20 หรือ 30 ปีที่คุณถือมัน คุณจะไม่มีวันมี “หุ้นเน่า” ติดอยู่ในพอร์ตเลย! คุณจะมีแต่ดรีมทีมผู้ชนะ Top 500 ของโลกอยู่ในมือตลอดเวลา โดยที่คุณไม่ต้องขยับนิ้วเปลี่ยนหุ้นเองเลยสักครั้ง

และนี่คือหัวใจของเครื่องจักรผลิตเงินฉบับคนขี้เกียจ (Lazy DCA) ครับ คุณไม่ต้องเก่งเลข คุณไม่ต้องอ่านกราฟ และคุณไม่ต้องคอยลุ้นว่าบริษัทไหนจะเจ๊ง หน้าที่ของคุณมีแค่อย่างเดียวคือ… “กระโดดเกาะหลังยักษ์” แล้วมีวินัยเติมเงินอย่างสม่ำเสมอ ปล่อยให้ระบบของทุนนิยมทำงานแทนคุณไปจนเกษียณครับ!


🛠️ บทที่ 3: Daddy’s Lazy Portfolio (สูตรจัดพอร์ตฉบับ 2025)

ผมนำแนวคิดของปู่ Buffett มาอัปเกรดให้ทันสมัยขึ้น เป็นสูตร “3 ทหารเสือ” ที่คุณเลือกจัดได้ตามจริตความชอบครับ:

🛡️ 1. Team US Fortress (ป้อมปราการอเมริกา)

  • เป้าหมาย: “เดิมพันกับเจ้าโลก”
  • สินทรัพย์หลัก: S&P 500 (ตัวย่อ: VOO) หรือ Nasdaq 100 (ตัวย่อ: QQQ)
  • ทำไมต้องกองนี้?: การซื้อ S&P 500 ไม่ใช่แค่การซื้อหุ้นอเมริกาครับ แต่มันคือการซื้อ 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีรายได้จาก “ทั่วโลก” (คนไทยยังใช้ iPhone, ค้นหาด้วย Google, และซื้อของผ่าน Amazon จริงไหมครับ?) ที่สำคัญ ดัชนีนี้มี “ระบบคัดกรองอัตโนมัติ” บริษัทไหนผลประกอบการแย่จะถูกเตะออกไป แล้วเอาบริษัทที่เก่งกว่าเสียบเข้ามาแทน… คุณจึงมีหุ้นระดับ Top 500 ของโลกอยู่ในมือตลอดเวลา โดยไม่ต้องมานั่งอ่านงบการเงินเองเลย!
  • เหมาะกับใคร: คนที่เชื่อมั่นว่าอีก 20 ปีข้างหน้า นวัตกรรมและมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกก็ยังคงเป็นอเมริกาอยู่ดี
  • ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง-สูง (ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีดุดันมาก แต่มันกระจุกตัวอยู่แค่ในประเทศเดียว คุณต้องทนความผันผวนเวลามีข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้ได้)

Credit : www.visualcapitalist.com

🌍 2. Team Global Shield (โล่นิรภัยรอบโลก)

  • เป้าหมาย: “เดิมพันกับความเจริญของมนุษยชาติ”
  • สินทรัพย์หลัก: Total World Stock (ตัวย่อ: VT)
  • ทำไมต้องกองนี้?: นี่คือพอร์ตสำหรับ “สายขี้เกียจขั้นสุด” อย่างแท้จริงครับ! แทนที่คุณจะมานั่งเดาว่า สหรัฐฯ จะโดนโค่นแชมป์ไหม? จีนจะผงาดหรือเปล่า? หรืออินเดียกำลังจะมา? ไม่ต้องเดาครับ… เราซื้อแม่งทั้งโลกเลย! กองทุนเดียวแต่กว้านซื้อหุ้นกว่า 9,000 บริษัททั่วโลก (รวมถึงหุ้นไทยด้วยนะเออ) ตราบใดที่มนุษย์ยังตื่นเช้ามาแปรงฟัน ใช้เน็ต และซื้อของ… เงินของคุณก็จะงอกเงยตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลกครับ
  • เหมาะกับใคร: สายตั้งสติ๊กเกอร์ “Set & Forget” (ซื้อแล้วลืม) ไม่ต้องตามข่าวเศรษฐกิจ ไม่สนใครจะรบกับใคร เพราะคุณรวบตึงไว้หมดแล้ว
  • ระดับความเสี่ยง: ต่ำ-ปานกลาง (เพราะกระจายความเสี่ยงไปทั่วทุกมุมโลกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด)

Credit : Seekingalpha.com

🚀 3. Team Growth Engine (ตัวเร่งเทอร์โบ)

  • เป้าหมาย: “หยอดน้ำจิ้ม เพิ่มอรรถรสให้พอร์ตโตไว”
  • สินทรัพย์หลัก: Bitcoin (ตัวย่อ: BTC)
  • ทำไมต้องกองนี้?: ลืมภาพจำการเทรดซิ่งเหรียญหมาเหรียญแมวไปได้เลยครับ ในสเกลการลงทุนระดับโลก ตอนนี้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ยอมรับให้ Bitcoin เป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลัก (Digital Gold) เรียบร้อยแล้ว แต่วิธีใช้มันในบริบทของ “คนขี้เกียจ” คือการ แบ่งเงินแค่ 5-10% ของพอร์ต มาลงในสินทรัพย์นี้ครับ (เหมือนพอร์ตหลัก 90% คือข้าวสวย และ BTC คือพริกน้ำปลา) หากมันลงหนัก เราก็ไม่เจ็บตัวมาก แต่ถ้ามันวิ่งทะลุเพดาน (Asymmetric Risk)… สัดส่วนแค่ 5% นี้ก็สามารถลากพอร์ตโดยรวมของคุณให้โตทะลุเป้าเกษียณเร็วกว่าเดิมได้หลายปีเลยทีเดียว
  • เหมาะกับใคร: คนที่พอรับความผันผวนได้ เข้าใจวัฏจักรของคริปโต และที่สำคัญ… มีความอดทนถือครองได้อย่างน้อย “เกิน 4 ปี” ขึ้นไป
  • ระดับความเสี่ยง: สูงมาก (ห้ามใส่เงินเกินสัดส่วนที่แนะนำเด็ดขาด!)

⚠️ บทที่ 4: “3 กับดัก” ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ DCA ไม่สำเร็จ

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะคิดว่า “ก็แค่นี้เองหรอ? แค่ไปโหลดแอป เปิดพอร์ต แล้วกดซื้อทุกเดือนก็จบแล้วนี่”

ใช่ครับ… ทฤษฎีมันง่ายแค่นั้นแหละ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เชื่อไหมครับว่า คนกว่า 90% ล้มเลิกกลางทาง หรือทำไป 10 ปีพอร์ตก็ยังไม่โตไปไหน เพราะพวกเขาดันไปสะดุดล้มให้กับ “3 กับดัก” ที่มองไม่เห็นเหล่านี้ครับ:

1. กับดักค่าธรรมเนียม (The Fee Shark) 🦈

คุณเดินเข้าธนาคารไปซื้อกองทุนรวม พนักงานบอกคุณว่า “ค่าบริหารจัดการแค่ 1.5% ต่อปีเองค่ะ” ฟังดูจิ๊บจ๊อยใช่ไหมครับ? แค่เปอร์เซ็นต์ครึ่งเอง…

แต่เดี๋ยวก่อนครับ! 1.5% นี้ เขาไม่ได้หักจาก “กำไร” นะครับ แต่เขาหักจาก “เงินรวมทั้งหมดในพอร์ตของคุณ” ทุกๆ ปี!

🗣️ “ความมหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น มักจะถูกทำลายด้วยความโหดร้ายของ ‘ต้นทุน’ ที่ทบต้นเช่นกัน” > — John Bogle (บิดาแห่งกองทุนดัชนี และผู้ก่อตั้ง Vanguard)

ลองดูคณิตศาสตร์แห่งความจริงข้อนี้ครับ: สมมติคุณมีเงิน 1 ล้านบาท ลงทุนทิ้งไว้ 30 ปี โดยได้ผลตอบแทน 8% เท่ากัน

  • คนที่ซื้อกองทุนไทยทั่วไป (ค่า Fee 1.5%): เงินคุณจะโตเป็น 6.6 ล้านบาท
  • คนที่ซื้อ ETF ดัชนีระดับโลก (ค่า Fee 0.03%): เงินคุณจะโตเป็น 9.9 ล้านบาท

เห็นอะไรไหมครับ? เงินหายไป 3.3 ล้านบาท! เข้ากระเป๋าผู้จัดการกองทุนไปฟรีๆ ทั้งๆ ที่คุณเป็นคนรับความเสี่ยงเองทั้งหมด! (วิธีแก้: คุณต้องรู้จักเข้าถึงเครื่องมืออย่าง ETF ระดับโลก หรือ กองทุนไทยกลุ่ม Class-E ที่ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น ซึ่งเราจะสอนกันในคอร์สครับ)

2. กับดักความยุ่งยาก (The Friction Trap) 😫

“ไฟในการลงทุนของคุณมักจะลุกโชนที่สุด ตอนที่คุณเพิ่งดูคลิปสอนการเงินจบครับ คุณหยิบมือถือขึ้นมาตั้งใจจะเปิดพอร์ตหุ้นอเมริกา… แต่แล้วคุณก็ต้องเจอกับกำแพงเหล่านี้: “ต้องกรอกฟอร์มภาษี W-8BEN คืออะไร?” “จะโอนเงินไปต่างประเทศยังไงให้เรทดีที่สุด?” “แอปเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย กดผิดเงินจะหายไหม?”

พอเจอความยุ่งยาก (Friction) เข้าไปสัก 2-3 ด่าน สมองของคุณก็จะสั่งการว่า “เดี๋ยวไว้ก่อนละกัน เสาร์อาทิตย์ค่อยทำ”… แล้วเชื่อเถอะครับว่า เสาร์อาทิตย์นั้นจะไม่มีวันมาถึง

🗣️ “ถ้าคุณอยากให้ผู้คนทำอะไรสักอย่าง… จงทำให้มัน ‘ง่าย’ ที่สุด” — Richard Thaler (นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล)

การลงทุนที่ยั่งยืน ต้องไม่ใช้ “ความพยายาม” ครับ มันต้องถูกตั้งค่าให้เป็นระบบอัตโนมัติ (Auto-Pilot) หักเงินไปลงทุนแบบเงียบๆ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งปวดหัวกดโอนเองทุกเดือน

3. กับดักพอร์ตมั่ว (The Portfolio Mess) 📉

มื่อคุณผ่านด่านแรกๆ มาได้ คุณเริ่มลงทุนไปสักพัก… สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ความเละเทะ” ครับ

  • หุ้นอเมริกา… อยู่ในแอป A
  • กองทุนไทยกับ RMF… อยู่ในแอป B
  • คริปโตนิดหน่อย… อยู่ในแอป C

คุณมีแอปการเงินเต็มมือถือไปหมด แต่พอถามว่า “ตอนนี้ผลตอบแทนรวมทั้งหมดของคุณคือกี่เปอร์เซ็นต์?” คุณกลับตอบไม่ได้! เพราะคุณไม่สามารถเอาภาพรวมมาต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกันได้

🗣️ “ความเรียบง่าย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะมันทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เรากำลังทำอยู่จริงๆ” — Charlie Munger (คู่หูผู้ล่วงลับของ Warren Buffett)

พอคุณไม่เห็นภาพรวม (Big Picture) คุณจะเริ่มหวั่นไหวเวลาตลาดหุ้นตก คุณจะแพนิคกดขายผิดแอป หรือจัดสัดส่วนพอร์ตเพี้ยนไปจากแผนเดิมจนพังพินาศในที่สุด


🤝 มาสร้าง “เครื่องจักรผลิตเงิน” ไปด้วยกัน… ตั้งแต่นับ 1

ผมรู้ดีครับว่าการเริ่มต้นลงทุนคนเดียว และต้องไปงมเจอกับ 3 กับดักด้านบน… มันทั้งเคว้ง ทั้งกลัว และไม่รู้จะหันหน้าไปถามใคร

ผมเลยตั้งใจสร้าง “DCA Machine: Beginner’s Blueprint” ให้เป็นมากกว่าคอร์สเรียน แต่มันคือ “การเดินทาง” ที่เราจะมาค่อยๆ ปั้นพอร์ตเกษียณไปด้วยกัน แบบก้าวต่อก้าว…

หาในคอร์สนี้ถูกรื้อทำใหม่ทั้งหมดให้เข้ากับยุค 2026 โดย คลิปวิดีโอจะทยอยอัปเดตให้เรียนสัปดาห์ละ 1-2 บท (ข้อดีคือ: มือใหม่จะมีเวลา “ย่อย” เนื้อหา และ “ลงมือทำ” ไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องรีบอัดดูรวดเดียวจนสมองบวมครับ)

และเพื่อแก้ปัญหาที่ปวดหัวที่สุดอย่างข้อ 3 (พอร์ตมั่ว) ผมเตรียมสิ่งนี้ไว้ให้คุณด้วย…

💻 รับฟรี! สิทธิ์เข้าใช้งาน “Daddy DCA Dashboard (Beta Version)”

หน้าจอโปรแกรม Daddy DCA Dashboard Pro รวมพอร์ตหุ้นอเมริกา คริปโท และกองทุนไทยในหน้าเดียว พร้อมกราฟติดตามมูลค่าพอร์ตและปุ่ม Export ภาษี

นี่คือซอฟต์แวร์บริหารพอร์ตที่ผมตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา “พอร์ตมั่ว” ของตัวเองโดยเฉพาะ ปัจจุบันยังไม่มีเปิดขายที่ไหน เพราะผมตั้งใจเปิดให้ “นักเรียนรุ่นแรก” ได้เอาไปทดลองใช้เป็นกลุ่มแรก และเราจะมาช่วยกันพัฒนาต่อยอดมันไปด้วยกัน!

แม้จะเป็นเวอร์ชัน Beta แต่ฟีเจอร์หลักพร้อมให้คุณลุยแล้วครับ:

One Page View: รวมพอร์ต หุ้นนอก/Crypto/กองทุนไทย ไว้ในหน้าเดียว

Auto Conversion: แปลงค่าเงิน USD/THB ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขเอง

Tax Summary (ผู้ช่วยสรุปข้อมูลภาษี): ระบบช่วยสรุปตัวเลขกำไร/ต้นทุน และข้อมูลที่จำเป็น เพื่อใช้เป็น “ไกด์ไลน์” ประกอบการเตรียมตัวยื่นภาษีสรรพากรให้ง่ายขึ้น (ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและนำไปตรวจเช็กคู่กับเอกสารหลักฐานจริงจากโบรกเกอร์ได้เลย ไม่ต้องมานั่งเปิดแอปบวกเลขเองทีละไม้!)

(🎁 ข้อดีของการได้สิทธิ์ Beta: คุณสามารถเสนอไอเดียฟีเจอร์ใหม่ๆ ในกลุ่มได้เลย และเมื่อระบบพัฒนาสมบูรณ์เป็น Pro Version คุณจะได้รับการอัปเดตฟรีตลอดชีพโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มครับ!)

🔥 ยังไม่หมดครับ! เพื่อให้คุณเริ่มได้ทันทีแบบไม่ต้องงม… ในคอร์สนี้ผมเตรียม “3 โพยลับ” (The Cheat Sheets) ที่จะแก้ทุกปัญหาความยุ่งยากไว้ให้คุณแล้ว:

📄 1. โพยกองทุน “ค่าต๋ง” ต่ำ (Low Fee List)

  • ไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านหนังสือชี้ชวนเป็นร้อยกองครับ! ผมคัดมาให้เน้นๆ
  • ทั้ง ETF อเมริกา (ค่า Fee 0.03%) และ กองทุนไทย Class-E (ชนิดพิเศษที่ไม่เสียค่าคอมฯ)
  • ผลลัพธ์: จิ้มตามโพยนี้ คุณจะประหยัดค่าธรรมเนียมให้ธนาคารได้เป็นแสนในระยะยาว

💰 2. โพยกองทุน “ลดหย่อนภาษี” (Tax Saving List)

  • ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว! ได้ทั้งพอร์ตเกษียณที่เติบโต และได้ “เงินภาษีคืน” เข้ากระเป๋าทันที
  • ผมคัด RMF / SSF ตัวท็อป ที่ล้อไปกับดัชนีโลก (S&P500 / Nasdaq) มาให้แล้ว ไม่ต้องไปซื้อกองทุนลดหย่อนที่ผลตอบแทนแย่อีกต่อไป

🤖 3. คู่มือเสก “DCA Bot” (Auto-Pilot Setup)

  • เลิกใช้แรงทำเองครับ… ผมสอนวิธีตั้งค่าระบบให้ “ตัดเงินอัตโนมัติ” (ทั้งแอปนอกและแอปไทย)
  • แค่ตั้งค่าครั้งเดียว 15 นาที ที่เหลือปล่อยให้ระบบทำงานแทนคุณไปตลอดชีวิต!

🔥 สิทธิพิเศษสำหรับ “นักเรียนรุ่นบุกเบิก” ที่พร้อมลุยไปด้วยกัน:

1. คอร์สวิดีโอ DCA Beginner’s Blueprint (จับมือทำตั้งแต่เปิดพอร์ต ยันตั้งค่าบอทตัดเงิน) — มูลค่า 5,990 บาท

2. สิทธิ์ Co-Creator: Daddy DCA Dashboard (Beta) ใช้งานซอฟต์แวร์บริหารพอร์ตรุ่นบุกเบิก พร้อมสิทธิ์รับการอัปเดตเป็นตัวเต็ม ฟรีตลอดชีพ! — (ไม่มีขายแยก)

3. สิทธิ์เข้า VIP Group พื้นที่รวมพลคนเริ่มต้นใหม่ เอาไว้ส่งการบ้าน อัปเดตโพยกองทุน และสอบถามแดดดี้ได้โดยตรง — มูลค่า 3,990 บาท

รวมมูลค่าของแถมทั้งหมด ~~11,970 บาท~~

แต่สำหรับคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ และพร้อมที่จะเป็น “รุ่นบุกเบิก” เติบโตไปพร้อมกับระบบของเรา…

แดดดี้ขอเสนอราคาพิเศษ (Pre-Order) เพียง 999 บาท เท่านั้น!

ราคา Pre-Order หมดเขตวันที่ 15 มี.ค. 69 นะครับ

(⚠️ หมายเหตุ: ราคานี้เป็นราคาพิเศษสุดๆ สำหรับช่วงที่คลิปกำลังทยอยอัปเดต และระบบยังเป็น Beta ทันทีที่ทุกอย่างสมบูรณ์ 100% ราคาจะถูกปรับขึ้นไปที่ราคาปกติครับ)

เงิน 999 บาท… แลกกับระบบที่จะอยู่คู่กับคุณไปจนเกษียณ และช่วยคุณประหยัดค่าธรรมเนียมได้เป็นแสน พร้อมจะเริ่มสร้างพอร์ตไปด้วยกันหรือยังครับ?

👉 [กดตรงนี้เพื่อ Add Line]

(ทักไลน์ พิมพ์รหัส 999)

ปล. วันที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือเมื่อ 20 ปีก่อน… แต่วันที่ดีรองลงมาคือ “วันนี้” ครับ ลุย!


จัดให้ครับ! FAQ (คำถามที่พบบ่อย) เป็นตัวช่วยปิดการขายชั้นดี เพราะมันจะไปเคลียร์ “ความกังวล” สุดท้ายที่อยู่ในหัวของลูกค้าก่อนที่เขาจะโอนเงินครับ

เราสามารถเอา FAQ นี้ไปแปะไว้ท้าย Landing Page (ก่อนถึงปุ่มแอดไลน์) หรือเอาไว้ส่งตอบลูกค้าในแชตก็ได้ครับ:


FAQ: คำถามที่พบบ่อย (ก่อนตัดสินใจเป็นรุ่นบุกเบิก)

Q1: ไม่มีพื้นฐานการลงทุนเลย ไม่เคยเปิดพอร์ต จะเรียนรู้เรื่องไหม?

A: เรียนรู้เรื่อง 100% ครับ! คอร์สนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “มือใหม่ที่เริ่มจากศูนย์” โดยเฉพาะ แดดดี้จะพาทำตั้งแต่จับมือเปิดพอร์ต อธิบายศัพท์ยากๆ ให้กลายเป็นภาษาคนธรรมดา รับรองว่าไม่มีศัพท์แสงการเงินมาทำให้ปวดหัวแน่นอนครับ

Q2: มีเงินทุนน้อย เพิ่งเริ่มทำงาน สามารถเริ่ม DCA ได้ไหม?

A: ได้แน่นอนครับ! หัวใจของ Lazy DCA ไม่ใช่ “เงินก้อนใหญ่” แต่คือ “ความสม่ำเสมอและเวลา” มีเงินหลักพัน (1,000 – 2,000 บาทต่อเดือน) ก็สามารถตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติ ซื้อกองทุนระดับโลกเพื่อปั้นพอร์ตหลักล้านได้แล้วครับ

Q3: รูปแบบการเรียนเป็นยังไง? ดูย้อนหลังได้ไหม?

A: เราเรียนกันผ่านคลิปวิดีโอใน Facebook Group ปิดครับ โดยแดดดี้จะ “ทยอยอัปเดตคลิปใหม่ทุกสัปดาห์” เพื่อให้มือใหม่มีเวลาดูและลงมือทำไปทีละ Step (จะได้ไม่เนื้อหาล้นจนสมองบวม) และที่สำคัญคือ ดูย้อนหลังทบทวนได้ตลอดชีพ ไม่มีวันหมดอายุครับ!

Q4: ซอฟต์แวร์ Dashboard (Beta Version) คืออะไร? ต้องจ่ายรายเดือนเพิ่มไหม?

A: มันคือเครื่องมือที่แดดดี้สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา “พอร์ตมั่ว” ครับ ช่วยรวมพอร์ตทุกอย่าง (หุ้นนอก/ไทย/คริปโต) มาไว้ในหน้าเดียว พร้อมคำนวณภาษีให้เสร็จสรรพ สำหรับนักเรียน “รุ่นบุกเบิก” ที่สมัครในราคา 999 บาท จะได้รับสิทธิ์ใช้งานฟรี และรับการอัปเดตเป็นตัวเต็มฟรีตลอดชีพ ไม่มีเก็บรายเดือนเพิ่มเด็ดขาดครับ

Q5: ไม่มีเวลาเฝ้าจอเลย ทำงานประจำยุ่งมาก จะลงทุนแนวนี้ได้ไหม?

A: นี่คือคอร์สที่เกิดมาเพื่อคนไม่มีเวลาครับ! บทเรียนของเราจะสอนวิธี Auto-Pilot Setup (ตั้งค่าบอทตัดเงินอัตโนมัติ) ตั้งค่าแค่ครั้งเดียว 15 นาที… ที่เหลือปล่อยให้ระบบทำงานแทน แล้วคุณเอาเวลาไปโฟกัสกับงานประจำ หรือไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้เลยครับ

Q6: ถ้าเรียนแล้วติดปัญหา หรือทำไม่เป็น จะถามใครได้บ้าง?

A: ไม่ต้องกลัวถูกทิ้งครับ! นักเรียนทุกคนจะได้สิทธิ์เข้าห้องแชต VIP Group (ผ่าน Telegram) ซึ่งเป็นพื้นที่รวมพลคนเริ่มต้นใหม่ คุณสามารถส่งการบ้าน อัปเดตโพยกองทุน และพิมพ์ปรึกษาแดดดี้ได้โดยตรงเลยครับ

Q7: คอร์สนี้ “รับประกันผลตอบแทน” ไหมว่าเรียนแล้วพอร์ตจะโต ได้กำไรแน่นอน? A: แดดดี้ขอตอบแบบจริงใจและตรงไปตรงมาที่สุดเลยครับว่า “ไม่มีการรับประกันผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้นครับ” (และจำไว้เลยนะครับ ถ้าใครมาบอกคุณว่าลงทุนแล้วการันตีกำไรกี่เปอร์เซ็นต์… ให้วิ่งหนีได้เลย เพราะนั่นคือมิจฉาชีพหรือแชร์ลูกโซ่ครับ!)

ในโลกของการลงทุนที่แท้จริง ไม่มีใครควบคุมตลาดหุ้นได้ครับ แต่… สิ่งที่คอร์สนี้ “รับประกัน 100%” คือ:

  1. คุณจะได้เรียนรู้ “ระบบที่ถูกต้อง” ซึ่งอ้างอิงจากสถิติและวิธีการที่นักลงทุนระดับโลกใช้จริง (เช่น S&P 500) และพิสูจน์มาแล้วเป็นสิบๆ ปีว่าชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว
  2. คุณจะ “ประหยัดเงินได้มหาศาล” จากการรู้วิธีหลบเลี่ยงค่าธรรมเนียมแฝง และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  3. คุณจะ “เลิกเป็นแมงเม่า” ที่ซื้อๆ ขายๆ ตามอารมณ์ เพราะเรามีระบบหักเงินอัตโนมัติ (Auto-Pilot) ให้ทำตาม

ผลลัพธ์ของพอร์ตไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำรับประกันของผมครับ… แต่ขึ้นอยู่กับ “วินัย” และ “เวลา” ที่คุณจะปล่อยให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงานต่างหากครับ!


(Disclaimer: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ บทความนี้เป็นเพียงการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน)

Leave a Comment

error: Content is protected !!